มีน้อยคนที่มีความเข้าใจในความหมายที่แท้จริงของวันคริสต์มาส บางคนฉลองคริสต์มาสตามเทศกาล หรือตามธรรมเนียมของชาวต่างชาติ โดยไม่เคยรู้เลยว่าวันคริสต์มาสนั้นเป็นการเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซูคริสต์ หรือที่เรียกว่า คริสตสมภพ ส่วนซานตาครอสและต้นคริสต์มาสนั้นมีมาภายหลัง ดังนั้นความสำคัญของวันคริสต์มาสนั้นคือ องค์พระเยซูคริสต์ นั่นเอง ข้าพเจ้าจึงขอเล่าถึงเรื่องราวการกำเนิดของพระเยซูคริสต์ โดยยกบางตอนจากพระคัมภีร์ไบเบิ้ลดังนี้
ย้อนไปเมื่อประมาณ 2000 ปีแล้ว พระเจ้าผู้ทรงเนรมิตสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกได้ใช้ทูตสวรรค์องค์หนึ่งนามว่า กาเบรียล ให้มายังเมืองหนึ่งในแคว้นกาลิลี ชื่อเมืองนาซาเร็ธ มาถึงหญิงพรหมจารีคนหนึ่งชื่อ มารีย์ ที่ได้หมั้นกันไว้กับชายคนหนึ่งที่ชื่อ โยเซฟ ซึ่งเป็นคนในเชื้อวงศ์กษัตริย์ดาวิด ทูตสวรรค์เข้ามาแล้วกล่าวแก่เธอว่า ?เธอผู้ซึ่งพระเจ้าทรงโปรดปรานมากจงจำเริญเถิด พระเป็นเจ้าทรงสถิตอยู่กับเธอ? ฝ่ายมารีย์ก็ตกใจเพราะคำพูดของทูตสวรรค์นั้น และรำพึงว่าคำทักทายนั้นจะหมายความว่าอะไร แล้วทูตสวรรค์จึงกล่าวแก่เธอว่า ?มารีย์เอ๋ย อย่ากลัวเลยเพราะเธอเป็นที่พระเจ้าทรงโปรดปรานแล้ว ดูเถิดเธอจะตั้งครรภ์และคลอดบุตรชาย จงตั้งชื่อบุตรนั้นว่า เยซู บุตรนั้นจะเป็นใหญ่ และจะทรงเรียกว่าเป็นบุตรของพระเจ้าสูงสุด? ฝ่ายมารีย์ทูลทูตสวรรค์นั้นว่า ?เหตุการณ์นั้นจะเป็นไปอย่างไรได้ เพราะข้าพเจ้ายังหาได้ร่วมกับชายไม่? ทูตสวรรค์จึงตอบนางว่า ?พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จลงมาบนเธอ และฤทธิ์เดชของผู้สูงสุดจะปกเธอ เหตุฉะนั้นบุตรที่เกิดมานั้นจะได้เรียกว่า วิสุทธิ์ และเรียกว่าพระบุตรของพระเจ้า ดูซิถึงนางเอลีซาเบธ ญาติของเธอชราแล้ว ก็ยังตั้งครรภ์มีบุตรเป็นชายด้วย บัดนี้นางนั้นที่คนเขาถือว่าเป็นหญิงหมัน ก็มีครรภ์ได้หกเดือนแล้ว เพราะว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งพระเจ้าทรงกระทำไม่ได้? ส่วนมารีย์จึงทูลว่า ?ดูเถิด ข้าพเจ้าเป็นทาสีของพระเป็นเจ้า ข้าพเจ้าพร้อมที่จะเป็นไปตามคำของท่าน? แล้วทูตสวรรค์นั้นจึงจากเธอไป (ลูกา 1 : 26 - 38)
อยู่มาคราวนั้นมีรับสั่งจากมหาจักรพรรดิ ซีซาร์ ออกัสตัส ให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดินเป็นครั้งแรก คนทั้งปวงต่างได้ไปขึ้นทะเบียนตามเมืองของตน ฝ่ายโยเซฟก็ขึ้นไปจากเมืองนาซาเร็ธ แคว้นกาลิลี ถึงเมืองของดาวิดชื่อเบธเลเฮม แคว้นยูเดียด้วย เพราะว่าเขาเป็นวงศ์วานและเชื้อสายของดาวิด เขาได้ไปกับมารีย์ที่เขาได้หมั้นไว้แล้ว เพื่อจะขึ้นทะเบียน และนางมีครรภ์ เมื่อเขาทั้งสองยังอยู่ที่นั่นก็ถึงเวลาที่นางมารีย์จะประสูติบุตร นางจึงประสูติบุตรชายหัวปี เอาผ้าอ้อมพันและวางไว้ในรางหญ้า เพราะว่าไม่มีที่ว่างให้เขาในโรงแรม (ลูกา 2 : 1 - 7)
ในแถบนั้นมีคนเลี้ยงแกะอยู่ในทุ่งนาเฝ้าฝูงแกะของเขาในเวลากลางคืน มีทูตองค์หนึ่งของพระเป็นเจ้ามาปรากฏแก่เขา และพระสิริของพระเป็นเจ้าส่องล้อมรอบเขา และเขากลัวนัก ฝ่ายทูตองค์นั้นกล่าวแก่เขาว่า ?อย่ากลัวเลย เพราะเรานำข่าวดีมายังท่านทั้งหลาย คือความปรีดียิ่งซึ่งจะมาถึงคนทั้งปวง เพราะว่าในวันนี้พระผู้ช่วยให้รอดของท่านทั้งหลายคือพระคริสตเจ้ามาบังเกิดที่เมืองดาวิด นี่จะเป็นหมายสำคัญแก่ท่านทั้งหลายคือท่านจะได้พบพระกุมารนั้น พันผ้าอ้อมนอนอยู่ในรางหญ้า? ในทันใดนั้นมีชาวสวรรค์หมู่หนึ่งมาอยู่กับทูตองค์นั้นร่วมสรรเสริญพระเจ้าว่า ?พระสิริจงมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด ส่วนแผ่นดินโลก สันติสุขจงมีท่ามกลางมนุษย์ทั้งปวง ซึ่งพระองค์ทรงโปรดปรานนั้น? เมื่อทูตสวรรค์เหล่านั้นไปจากเขาขึ้นสู่สวรรค์แล้ว พวกเลี้ยงแกะได้พูดกันว่า ?ให้เราไปยังเมืองเบธเลเฮมดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ซึ่งพระเป็นเจ้าได้ทรงแจ้งแก่เรา? เขาก็รีบไปแล้วพบนางมารีย์กับโยเซฟ และพบพระกุมารนั้นนอนอยู่ในรางหญ้า (ลูกา 2 : 8 - 16) พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดทรงเลือกเกิดในที่ที่ต่ำต้อยที่สุด เพื่อให้มนุษย์ทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงพระองค์ นับตั้งแต่คนที่ต้อยต่ำที่สุดก็มีโอกาสเช่นเดียวกัน
แท้จริงแล้ววันคริสต์มาสมีความสำคัญ และมีความหมายต่อมนุษย์ทุกคนที่อยู่ในโลกนี้อย่างมาก ข้าพเจ้าจึงขอสรุปดังนี้
1.??? วันคริสต์มาสเป็นวันที่พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลก และสรรพสิ่งทั้งปวงได้ทรงแสดงความรักอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ต่อมนุษย์ทุกคนในโลกนี้ โดยได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์คือพระเยซูคริสต์ให้แก่มนุษย์ เพื่อมารับโทษบาปแทนมนุษย์ทุกคน โดยการถูกตรึงและสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน (ยอห์น 3 : 16) และพระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์ในวันที่สาม เพื่อยืนยันว่าพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงมีฤทธิ์อำนาจเหนือความตายและผีมารซาตานทั้งสิ้น ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย การที่พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุดยอมถ่อมพระองค์ลง ละทิ้งความเป็นพระเจ้ามากำเนิดเป็นมนุษย์คือ พระเยซูคริสต์เพื่อมาช่วยเราทั้งหลายผู้เป็นคนบาปให้ได้รับการช่วยให้รอดจากบาป และรอดจากการถูกพิพากษาลงโทษในนรก ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าและความสำคัญต่อเราอย่างมากมาย
2.??? วันคริสต์มาสเป็นวันที่คำทำนายของผู้รับใช้ของพระเจ้า และเหล่าศาสดาพยากรณ์หลายท่านสำเร็จเป็นจริง เมื่อย้อนกลับไปหลายร้อยหลายพันปีก่อนคริสตกาล พระเจ้าทรงใช้ผู้รับใช้และผู้เผยพระวจนะของพระองค์หลายท่านในแต่ละยุคแต่ละสมัย ให้เผยพระวจนะกล่าวถึงพระเมสสิยาห์ หรือพระผู้ช่วยให้รอดจากบาปของมนุษย์ที่ชาวยิวเรียกว่า พระคริสต์ ตัวอย่างเช่น ในพระคัมภีร์หนังสืออิสยาห์ การเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์ของพระเยซูคริสต์ผู้เป็นพระบุตรองค์เดียวของพระเจ้า ในอิสยาห์ 9 : 6 ดังนี้ ?ด้วยมีเด็กคนหนึ่งเกิดมาเพื่อเรา มีบุตรชายคนหนึ่งประทานมาให้เรา และการปกครองจะอยู่ที่บ่าของท่าน และท่านจะเรียกนามของท่านว่า ที่ปรึกษามหัศจรรย์ พระเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์ พระบิดานิรันดร์องค์สันติราช?
มีพระธรรมอีกตอนหนึ่งในพระธรรมอิสยาห์ 61 : 1 ? 2 ได้บันทึกพยากรณ์ถึงพระเยซูคริสต์ จนมาถึงสมัยของพระเยซูคริสต์พระองค์ทรงเสด็จเข้าไปในธรรมศาสาของชาวยิวในวันสะบาโตตามเคย และทรงยืนขึ้นเพื่ออ่านพระธรรมอิสยาห์ตอนนี้ ซึ่งได้บันทึกเรื่องราวไว้ในพระธรรมลูกา 4 :18 ? 21 ดังนี้ ?พระวิญญาณแห่งพระเป็นเจ้าทรงอยู่เหนือข้าพเจ้า เพราะว่าพระองค์ได้ทรงเจิมตั้งข้าพเจ้าไว้ เพื่อนำข่าวดีมายังคนยากจน พระองค์ได้ทรงใช้ข้าพเจ้าให้ร้องประกาศอิสรภาพแก่บรรดาเชลย ให้ประกาศแก่คนตาบอดว่าจะได้เห็นอีก ให้ปล่อยผู้ถูกบีบบังคับเป็นอิสระ และให้ประกาศปีแห่งความโปรดปรานของพระเป็นเจ้า? เมื่อพระเยซูคริสต์ทรงอ่านจบจึงเริ่มตรัสว่า ?คัมภีร์ตอนนี้ที่ท่านได้ยินกับหูของท่าน ก็สำเร็จในวันนี้แล้ว? ภายหลังพระเยซูคริสต์ได้ทรงกระทำพระราชกิจมากมายเพื่อช่วยเหลือผู้ที่เจ็บป่วย และถูกมาร้ายและวิญญาณชั่วรบกวน โดยใช้ฤทธิ์อำนาจของพระเจ้ารักษาโรคต่าง ๆ มากมายเช่น รักษาคนตาบอดให้มองเห็นได้อีก คนเป็นโรคเรื้อนหายสะอาด คนเป็นง่อยลุกขึ้นเดินได้ คนถูกผีเข้าได้รับการขับผีออก และทำให้คนตายฟื้นคืนชีพได้ เป็นต้น ดังนั้นคำทำนายถึงพระเมสสิยาห์หรือพระคริสต์จึงสำเร็จในชีวิตของพระเยซูคริสต์ทั้งสิ้น
3.??? วันคริสต์มาสเป็นวันที่สันติสุขกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่มนุษย์คู่แรกที่พระเจ้าทรงสร้างคือ อาดัมและเอวา ได้ทำบาปเพราะถูกมารร้ายล่อลวงในสวนเอเดน (ปฐมกาล 3 : 1 - 24) หลังจากนั้นมนุษย์ก็ตกอยู่ภายใต้อำนาจของความบาปและมารร้าย มนุษย์ต้องผจญกับความทุกข์ระทม ถูกขับไล่ออกจากสวนเอเดน และผลของความบาปทำให้มนุษย์ต้องตายในที่สุด (โรม 6 : 23)
แต่เมื่อพระเยซูคริสต์มาบังเกิดและถูกตรึงบนไม้กางเขน ความบาปของมนุษย์ทั้งหมดที่เป็นสาเหตุของความทุกข์โศกก็ได้รับการยกออกไป โดยพระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้แบกรับบาปทั้งหมดแทนโดยการสิ้นพระชนม์ของพระองค์บนไม้กางเขน ตามที่กล่าวไว้ในพระธรรมโรม 5 : 12 ดังนี้ ?เหตุฉะนั้นเช่นเดียวกับที่บาปได้เข้ามาในโลก เพราะคน ๆ เดียวและความตายก็เกิดมาเพราะบาปนั้น และความตายก็ได้แผ่ไปถึงมวลมนุษย์ทุกคน? และโรม 5 : 19 ?เพราะว่าคนเป็นอันมากเป็นคนบาป เพราะคนคนเดียวที่มิได้เชื่อฟังฉันใด คนเป็นอันมากก็เป็นคนชอบธรรม เพราะพระองค์ผู้เดียวที่ได้ทรงเชื่อฟังฉันนั้น? พระเจ้าทรงถือว่าผู้ที่เชื่อวางใจในองค์พระเยซูคริสต์นั้น เป็นคนชอบธรรมในสายพระเนตรของพระองค์ ไม่ต้องถูกพิพากษาลงโทษอีกต่อไป เพราะพระเยซูคริสต์ทรงแบกรับโทษแทนแล้ว ดังนั้นเราต้องเชื่อในพระเยซูคริสต์เท่านั้น เราจึงรอดจากบาปทั้งสิ้นได้ แล้วเราจึงมีสันติสุขที่แท้จริง ดังในพระธรรมโรม 5 : 1 กล่าวว่า ?เหตุฉะนั้นเมื่อเราได้เป็นคนชอบธรรมเพราะความเชื่อแล้ว เราจึงมีสันติสุขในพระเจ้าทางพระเยซูคริสตเจ้าของเรา?
ดังนั้นเทศกาลคริสต์มาสจึงเป็นเทศกาลแห่งความสุขที่เราจะมอบความรักแก่ผู้อื่น โดยการมอบของขวัญ การร้องเพลงอวยพร การกล่าวคำอวยพร และการส่งการ์ดอวยพร ข้าพเจ้าจึงขอเชิญท่านทั้งหลายจงเชื่อและวางใจในองค์พระเยซูคริสต์ แล้วท่านจะรอดพ้นจากบาปและจะได้รับชีวิตนิรันดร์ในองค์พระผู้เป็นเจ้า สุขสันต์วันคริสต์มาสและสวัสดีปีใหม่.